
หลาย ๆ คนที่นิยมซื้อผักสด เพื่อตุนเอาไว้ในตู้เย็นสำหรับเตรียมประกอบอาหารรับประทานเอง โดยไม่ต้องออกไปซื้อจากนอกบ้านบ่อย ๆ แต่บ่อยครั้งที่ผักที่เราซื้อมาเมื่อเก็บไปนานๆอาจจะเกิดความเน่าเสียจนสุดท้ายต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย
วันนี้แอดมินเลยอยากนำเคล็ดลับวิธีเก็บผักในตู้เย็นให้อยู่ได้นาน แถมยังคงรสชาติหรือกลิ่นหอมเหมือนเพิ่งซื้อใหม่ มาแชร์ให้ทุกคนได้ทราบไปพร้อม ๆ กัน และจะมีวิธีเก็บผักสดชนิดไหนบ้างลองไปดูกันเลยค่ะ
สิ่งที่ควรทำก่อนเก็บผักสดเข้าตู้เย็น
-
แยกเก็บผักแต่ละชนิดเสียก่อน

สิ่งแรกที่ควรทำก่อนจะเก็บผักสดเข้าตู้เย็น ก็คือการแยกผักสดแต่ละชนิดออกจากกันแล้วใส่กล่องสุญญากาศ ที่มีฝาล็อกปิดสนิท สาเหตุก็เป็นเพราะว่าในผักบางชนิดจะปล่อยก๊าซเอทิลีนออกมาทำให้ผักที่อยู่รอบข้างเน่าเสียและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ดังนั้น ถ้าอยากเก็บผักสดได้นานก็ควรหลีกเลี่ยงการเก็บผักรวมกัน โดยจะขอแบ่งผักออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ
กลุ่มที่ 1 : ผักที่เสียง่าย
เช่น ผักชี ผักกาดหอม ผักบุ้ง ถั่วงอก ถั่วฝักยาว เห็ด เป็นต้น โดยผักที่อยู่ในกลุ่มนี้จะสามารถเก็บรักษาไว้ได้ไม่นาน จึงควรรับประทานให้หมดโดยเร็วหลังจากที่ซื้อมาแล้ว
กลุ่มที่ 2 : ผักที่เก็บได้ในเวลาจำกัด
เช่น ผักกาด ผักคะน้า มะเขือเทศ เป็นต้น โดยผักกลุ่มนี้จะไม่เสียง่ายเท่าผักในกลุ่มที่ 1 แต่ก็ควรที่จะรับประทานหรือว่านำไปประกอบอาหารภายในเวลาที่กำหนด
กลุ่มที่ 3 : ผักที่เก็บไว้ได้นานกว่าผักชนิดอื่น ๆ
เช่น มัน ฟัก ฟักทอง เผือก แฟง เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าผักกลุ่มที่ 3 นี้จะเก็บได้นานแต่ก็เสียได้เช่นกัน ถึงแม้จะเก็บในตู้เย็น
-
ไม่ควรล้างผักก่อนเก็บ แต่ควรล้างก่อนทำอาหาร

การเก็บผักนั้นไม่ควรที่จะล้างก่อนเก็บ ถ้าหากว่ายังไม่ได้นำผักเหล่านี้มาปรุงอาหาร เช่น ถั่วลันเตา ถั่วแขก โดยผักประเภทนี้ควรแยกเก็บใส่ถุงแล้วเก็บไว้ในอุณหภูมิประมาณ 7 องศาเซลเซียส ทำให้ช่วยคงความสดได้นานขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีผักหัว เช่น แครอท เผือก บรีทรูท ให้ทำการตัดใบออกให้หมดเพื่อช่วยให้คงรสชาติความหวานในหัวผัก และยังมีผักเปลือกหนา เช่น ฟัก ฟักทอง แฟง เผือก มันฝรั่ง ก็สามารถเก็บได้โดยไม่ต้องล้างน้ำเช่นกัน แต่ให้เก็บไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้ และมีอุณหภูมิที่ 13 ถึง 18 องศาเซลเซียส จะช่วยถนอมผักให้สามารถรับประทานได้ยาวนานขึ้น
-
ถ้ามีการล้างผักต้องทำให้แห้งก่อนนำไปเก็บ

หากต้องการเก็บผักประเภท ผักชี ต้นหอม เราไม่ควรที่จะแช่ผักเหล่านี้ลงไปในน้ำแบบทั้งต้น เนื่องจากจะส่งผลให้ผักเกิดการอมน้ำ เมื่อเก็บไว้นาน ๆ จะทำให้ผักช้ำและเน่าได้ และนอกจากนี้ยังทำให้วิตามินที่อยู่ในผักละลายไปกับน้ำอีกด้วย
ดังนั้นวิธีเก็บผักที่ถูกต้อง คือ นำผักไปล้างให้สะอาดแล้วผึ่งให้แห้ง หรือนำผักไปสลัดน้ำออกให้หมาดที่สุดด้วยที่สลัดน้ำออกจากผัก จากนั้นให้เตรียมกล่องเก็บอาหาร ปูรองก้นด้วยกระดาษทิชชู่สำหรับทำครัว เพื่อเป็นการซับความชื้นที่หลงเหลืออยู่ในใบผัก และซับไอน้ำที่จะเกิดขึ้นในขณะเก็บผักสลัดในตู้เย็นปิดหน้าทับอีกทีด้วยกระดาษทิชชู่และปิดฝากล่องให้สนิทจากนั้นนำไปเก็บที่ช่องธรรมดาได้เลยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับวิธีที่แอดนำมาฝาก หวังว่าทุกๆคนจะนำไปทำตามและมีความสุขกับการทานผักกันนะคะ
หากใครกำลังมองหาแหล่งปลูกและจำหน่ายผักที่สด สะอาด ปลอดภัย แอดขอแนะนำผักจากสวน Sunny Garden เลยค่ะเนื่องจากผักที่นี่ได้ใบรับรองการตรวจสารปนเปื้อนว่าปลอดสารเคมี100 %แน่นอนค่ะ
สั่งซื้อผักสลัดปลอดสาร มีใบรับรอง มาตรฐาน GAP ได้ที่


ใบการตรวจสารเคมี และสาร ตกค้างจาก LAB ตลาดไท
❌ ตรวจไม่พบสารเคมีและสารตกค้างทั้ง 4 กลุ่ม ❌
มาตรฐาน GAP มีใบรับรองเกษตรปลอดภัย
👉 โปรโมชั่นพิเศษสุดๆ ลดราคาจากถุงละ 39 บาท เหลือเพียง 3 ถุง 100 บาทเท่านั้น! (คละผักได้) 🥗
👉 สำหรับร้านค้า ร้านอาหาร รีสอร์ท โรงแรม และ ผู้ประกอบการ ต้องการสั่งซื้อ ผักสลัดราคาส่ง กาญจนบุรี สนใจสั่งจอง หรือสั่งซื้อให้จัดส่งเป็นรอบสัปดาห์
หรือรายเดือนติดต่อ ได้ที่นี่
สามารถซื้อผักสลัดปลอดสาร สดใหม่ ได้ที่ร้าน The Attic (แผนที่ไปร้าน The Attic) 💚
เบอร์โทร : 062-5608003
แชทสอบถาม : https://m.me/organicsalandkan
Facebook : facebook.com/organicsaladkan

